ความรู้บัตรสมาร์ทการ์ด
สมาร์ทการ์ด
หลายคนอาจไม่รู้ว่าสมาร์ตการ์ดคือคืออะไร ทั้งๆ ทีมันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดชิ้นหนึ่ง สมาร์ตการ์ดที่ในเด่นชัดในชีวิตประจำวันเราได้แก่บัตรประชาชน และ ซิมการ์ด ( SIM Card ) ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสมาร์ตการ์ดสามารถทำงานได้หลายรูปแบบ เช่นบัตรโทรศัพท์ใช้สมาร์ตการ์ดในรูปแบบหน่วยความจำ ซิมการ์ดในโทรศัพท์มือถือใช้สมาร์ตการ์ดในรูปแบบไมโครโปรเซสเซอร์
พื้นฐานของสมาร์ตการ์ด
เริ่มแรกสมาร์ทการ์ดพัฒนามาจากการนำหน่วยความจำ (EEPROM) มาฝังในบัตรพลาสติกแล้วนำมาใช้งาน โดยใช้หน้าสัมผัสของบัตรต่อกับเครื่องอ่านการ์ด การอ่านข้อมูลจากการ์ดทำใด้โดยอินเตอร์เฟสกับหน้าสัมผัสของการ์ด เนื่องจากขนาดพื้นที่หน้าสัมผัสของการ์ดมีจำกัดดังนั้นจึงต้องมีการออกแบบ ให้หน้าสัมผัสมีการใช้งานน้อยที่สุด ระบบที่สอดคล้องกับการใช้งานดังกล่าวก็เห็นจะเป็นระบบ I2C (Inter-IC Communication) ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากบริษัทฟิลิปส์ , Synchronous และ UART จุดมุ่งหมายหลักของการสื่อสารแบบนี้ คือต้องการให้ไอซีสามารถติดต่อสั่งงานหรือควบคุมภายใต้สายสัญญาณ 2 เล้น
ชนิดของสมาร์ทการ์ด
ถ้าเราจะแบ่งโดยใช้ชนิดของชิปสมาร์ตการ์ด สามารถแยกได้ 2 แบบคือ แบบ Memory ได้แก่พวกบัตรโทรศัพท์ อีกแบบหนึ่งคือ แบบไมโครโปรเซสเซอร์ ได้แก่ซิมการ์ดในโทรศัพท์มือถือ หรือถ้าจะยึดหน้าสัมผัสก็อาจจะแบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ 1.แบบสื่อสารโดยใช้หน้าสัมผัส 2. แบบสื่อสารโดยไม่ใช้หน้าสัมผัส 3. ใช้ทั้งแบบมีหน้าสัมผัสและไม่มีรวมกัน
Memory Card (Synchronous card)
สมาร์ทการ์ดชนิด Memory ใช้การสื่อสารแบบอนุกรมตามสัญญาณนาฬิกาที่ให้กับชิป และการรับส่งข้อมูลต้องสอดคล้องกับสัญญาณนาฬิกา สมาร์ตการ์ดชนิดนี้มีโครงสร้างที่ประกอบไปด้วย ขาอินพุทและเอาท์พุท , หน่วยความจำข้อมูลหรือ RAM , หน่วยความจำสำหรับเก็บชุดคำสั่งหรือ ROM ขาต่างๆ ของสมาร์ทการ์ดยี่ห้อหนึ่งมีตำแหน่งของหน้าสัมผัสและหน้าที่การทำงานดังรูป และตารางต่อไปนี้
ชื่อหน้าสัมผัสและหน้าที่ดังตารางต่อไปนี้
สมาร์ทการ์ดในรุ่นแรก ๆ เป็นสมาร์ตการ์ดประเภท Free Access Memory สมาร์ตการ์ดแบบนี้สามารถทำการอ่านและเขียนข้อมูลใน Address ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน จุดนี้เป็นจุดอ่อนของสมาร์ตการ์ดรุ่นก่อน ๆ ในปัจจุบันนี้สมาร์ตการ์ดมีการเข้ารหัสที่ยากแก่การเข้าถึงข้อมูลโดยการ Hack
สมาร์ตการ์ดแบบที่ใช้ในบัตรโทรศัพท์ TOT ในประเทศไทยนั้นเป็น Memory Card ชนิด Token ภายในสมาร์ตการ์ดนี้จะมีการเก็บข้อมูลในลักษณะของ Counter ซึ่งเมื่อทำการใช้ไปหน่วยความจำก็จะถูกลดลงเรื่อย ๆ เมื่อใดที่หน่วยความจำถูกใช้หมดแล้วย่อมหมายถึงบัตรนั้นไม่สามารถใช้โทรออก ได้แล้ว แต่ถึงบัตรจะถูกใช้หมดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสามารถอ่านข้อมูลจากบัตรได้
Processor Card (Asynchronous Card)
สมาร์ทการ์ดแบบ Processor Card มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Asynchronous เพราะใช้การสื่อสารแบบ Asynchronous ในการติดต่อ สมาร์ทการ์ดชนิดนี้ได้เพิ่มหน่วยประมวลผล (Processor) เข้าไปด้วย ทำให้สมาร์ทการ์ดชนิดนี้มีทั้ง Memory และ Processor การที่ใส่ Processor ทำให้ต้องเพิ่มหน่วยความจำสำรองเข้าไป ทั้งให้ราคาของการ์ดชนิดนี้มีราคาสูงขึ้นด้วยซึ่งแปรผันตรงกันความสามารถใน การทำงานของมัน หน้าสัมผัสของการ์ดชนิดนี้เหมือนกับแบบ Free Access Memory เพราะใช้มาตราฐาน ISO-7816 เหมือนกัน การเข้าถึงข้อมูลของการ์ดขนิดนี้ไม่สามารถทำได้เหมือน Free Access Memory การเข้าถึงข้อมูลต้องกระทำผ่านทาง Processor เท่านั้น เพราะหน่วยความจำจะอยู่ในความควบคุมของ Processor ถึงแม้จะมีการเข้าถึงข้อมูลที่ยากกว่า Free Acess Memory แต่ก็มีความปลอดภัยสูงจากการ Hack
Contactless Card
สมาร์ทการ์ดแบบ Contactless ไม่ใช้หน้าสัมผัสในการเข้าถึงข้อมูล ระบบของสมาร์ทการ์ดแบบนี้เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดเลยก็ว่าได้ การสื่อสารกับสมาร์ตการ์ดชนิดนี้ใช้การสื่อสารโดยใช้คลื่นวิทยุ โดยการส่งความถี่ 13.56 MHz ไปยังสมาร์ตการ์ด ที่ตัวสมาร์ตการ์ดจะมีเสาอากาศที่เป็นขดลวดที่ได้รับการแมชชิ่งมาอย่างดีคอย รับสัญญาณ จะเห็นได้ว่าสมาร์ตการ์ดประเภทนี้จะแปลกกว่าชนิดอื่นตรงที่ว่าใช้กระแสไฟฟ้า ที่มาจากคลื่นวิทยุทำงานเท่านั้น ดังนั้นการออกแบบสมาร์ตการ์ดแบบนี้จึงต้องออกแบบให้ใช้ไฟต่ำที่สุดเท่าที่จะ น้อยได้ ไม่งั้นจะไม่เพียงพอในการทำงานของการ์ด ถ้ามองดูที่สมาร์ตการ์ดประเภทนี้แล้วเราไม่ออจบอกได้ว่าเป็นสมาร์ตการ์ดแบบ Contactless เพราะรูปร่างภายนอกเหมือนบัตรพลาสติกใบหนึ่ง สมาร์ตการ์ดแบบนี้ พบบ่อยในอาคารที่จอดรถ เพราะว่าสามารถอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว หรือจะพบว่านิยมใช้เป็น Security Card
Com – Bi Card
สมาร์ตการ์ดชนิดนี้เป็นการรวมเอาสมาร์ทการ์ดแบบมีหน้า สัมผัสและไม่มีหน้าสัมผัสเข้าด้วยกัน โดยการใช้หน่วยความจำเข้าด้วยกันในการใช้งานที่ต้องการความปลอดภัยสูงก็จะ ใช้การเข้าถึงแบบมีหน้าสัมผัส โดยผ่านตัวโปรเซสเซอร์ ส่วนงานที่ต้องการความรวสดเร็วสะดวกสบายก็จะใช้การสื่อสารทางคลื่นวิทยุโดย ไม่มีการใช้หน้าสัมผัส
[fusion_builder_container hundred_percent=”yes” overflow=”visible”][fusion_builder_row][fusion_builder_column type=”1_1″ background_position=”left top” background_color=”” border_size=”” border_color=”” border_style=”solid” spacing=”yes” background_image=”” background_repeat=”no-repeat” padding=”” margin_top=”0px” margin_bottom=”0px” class=”” id=”” animation_type=”” animation_speed=”0.3″ animation_direction=”left” hide_on_mobile=”no” center_content=”no” min_height=”none”]

Hybrid Card
สมาร์ทการชนิดนี้มีลักษณะโครงสร้างเหมือนการ์ดประเภท Com – Bi Card แต่จะแตกต่างกันที่หน่วยความจำข้อมูล โดยหน่วยความจำระหว่างมีหน้าสัมผัสและไม่มีหน้าสัมผัสจะถูกแยกออกจากกัน อย่างสิ้นเชิง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ในปัจจุบัน Hybrid Card จะมีความหมายรวมถึงบัตรที่มีคุณสมบัติในการใช้งานตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปเช่น การ์ดที่มีทั้งแถบแม่เหล็กและชิปสมาร์ตการ์ด , บัตรสมาร์ตการ์ดที่มีหน้าสัมผัสและไม่มีหน้าสัมผัส
[/fusion_builder_column][fusion_builder_column type=”1_1″ background_position=”left top” background_color=”” border_size=”” border_color=”” border_style=”solid” spacing=”yes” background_image=”” background_repeat=”no-repeat” padding=”” margin_top=”0px” margin_bottom=”0px” class=”” id=”” animation_type=”” animation_speed=”0.3″ animation_direction=”left” hide_on_mobile=”no” center_content=”no” min_height=”none”]

ISO7816 มาตราฐานบัตรสมาร์ตการ์ด
ในปัจจุบันบัตรสมาร์ทการ์ดผลิตออกมาจากหลายถ้าหากแต่ละโรง งานมีรูปแบบการอ่านข้อมูล รูปร่างของบัตรไม่เหมือนกัน คงยากที่จะสร้างเครื่องอ่าน เขียนสมาร์ตการ์ดที่สามารถอ่านข้อมูลได้ทุกบริษัท ดังนั้นบัตรสมาร์ตการ์ดจึงต้องมีมาตราฐานเพื่อให้แต่ละโรงงานผลิตการ์ดออกมา ในรูปแบบเดียวดัน มาตราฐานที่ว่าสำหรับสมาร์ตการ์ดคือ มาตราฐาน ISO 7816
มาตราฐานของสมาร์ตการ์ดแบบมีหน้าสัมผัส แบ่งออกเป็น 10 หมวด และแบบที่ไม่มีหน้าสัมผัสจะถูกกำหนดมาตราฐานอยู่ใน ISO 14443
* ISO7816 – 1 (1987) : Physical chracteristics คือ คุณสมบัติทางกายภาพนั่นเอง ประกอบด้วย ความทนทานต่อการใช้งาน ความทนทานต่อแสง, ขนาดความหนาของชิป, ความต้านทานต่อแรงกด, ความทนทานต่อแรงบิดงอ เป็นต้น Amedment 1 (1998): Revise edition March 1998
* ISO7816 – 2 (1998) : Dimension and location of contacts คือมาตราฐานที่กำหนดขนาดและตำแหน่งของหน้าสัมผัส Revise edition March 1998
* ISO7816 – 3 (1989) : Electronics signals and transmission protocol คือมาตราฐานที่กำหนดรูปแบบเรงดันสัญญาณทางไฟฟ้า และโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสาร Introduce of 3 volts ICCs
* ISO7816 – 4(1995) : Industrial commands and response คือ มาตราฐานที่กำหนดครายละเอียดเกี่ยวกับชุดคำสั่งที่ใช้ในสมาร์ตการ์ด กำหนดให้ชุดคำสั่งของสมาร์ตการ์ดต้องเหมือนกัน Amendment 1 : (1998) : Revision Secure Meassaging
* ISO7816 – 5 (1994) : Registration system for application indentifier คือมาตราฐานที่กำหนดโครงสร้างไฟล์ภายในสมาร์ตการ์ด ที่เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย Amendment 1 (1996) : Registration of identifiers
* ISO7816 – 6(1995) : Data elements for interchange คือมาตราฐานที่กำหนดข้อมูลในเรื่องของชื่อแลพโครงสร้างของไฟล์ในสมาร์ตการ์ด Amendment 1 (DES) : Registra of IC Manufacturers
* ISO7816 – 7(1998) : Smart Card Query Langaage command คือการกำหนดภาษาที่ใช้ในการเขียนคำสั่งภายในสมาร์ตการ์ด
* DIS 7816 – 8 : Inter – industry Security Commands
* CD 7816 – 9 : inter – industry Enhanced Commands
* ISO 7816 – 10 (1999) : Synchronous cards[/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]
โบนัสสล็อต tiền thưởng khe cắm คาสิโนสด sòng bạc trực tiếp ลิงค์ sbobet liên kết sbobet พนันบอลออนไลน์ cá cược bóng đá trực tuyến slot depo demo slot demo depo slot demo
โบนัสสล็อต tiền thưởng khe cắm คาสิโนสด sòng bạc trực tiếp ลิงค์ sbobet liên kết sbobet พนันบอลออนไลน์ cá cược bóng đá trực tuyến slot demo demo slot
โบนัสสล็อต tiền thưởng khe cắm คาสิโนสด sòng bạc trực tiếp slot demo
โบนัสสล็อต tiền thưởng khe cắm ប្រាក់រង្វាន់ដាក់ប្រាក់រន្ធ bonus ng slot bonus slot demo สล็อตเครดิตฟรี khuyến mãi slot ស្លុតឥតគិតថ្លៃ libreng spin putaran percuma slot โปรโมชั่นสล็อต slot không cần gửi tiền ស្លុតឈ្នះឆាប់ สล็อตแตกง่าย vòng quay miễn phí ការផ្តល់ជូនពិសេសស្លុត jackpot slot bonus tanpa deposit demo slot slot demo depo slot bonus depo






